ป้าถามผมว่า อายุ 28 ทำไมยังมานั่งรถเมล์ ลูกสาวป้าอายุ 22 ซื้อรถใช้เองแล้ว

เรื่องราวเกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่คนกำลังเร่งรีบใช้ชีวิต เดินทางไปทำงานบ้าง ไปเรียนบ้าน ประชาชนต่างมาแออัดอยู่บนรถเมล์สายหนึ่ง หนุ่มน้อยวัย 28 ปี ที่เป็นหนึ่งในคนที่ต้องรีบไปทำงานเขาตัดสินใจขึ้นรถเมล์สายประจำมาตั้งแต่เช้าตรู่

ลาดขึ้นรถมา เจ้าหนุ่มน้อยรีบลุกให้นั่งตามมารยาททางสังคมที่ดี  คุณป้ายิ้มแล้วถามว่า : พ่อหนุ่มปีนี้อายุเท่าไหร่แล้วล่ะหนุ่มน้อยตอบ : 28 แล้วครับ  คุณป้า: 28 แล้วยังต้องมา เบียดเสียดบนรถเมล์อีกหรือ ลูกสาวป้า 22 ก็ซื้อรถเองแล้ว!! คุณป้าท่านนี้ ไม่เพียงไม่สำนึกบุญคุณที่เขาลุกให้นั่งแล้วขอบคุณเขา กลับตั้งใจคุยโวทับ อวดลูกสาว และตำหนิชายหนุ่มว่า อายุ 28 แล้ว ยังไร้ความสามารถซื้อรถขับ

แน่นอนว่าใครเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นต้องหงุดหงิด หรือไม่พอใจกันบ้าง ที่จู่ๆคนไม่รู้จักกันมาก่อน มาพูดเชิงดูถูกว่า อายุ 28 แล้วแต่ไม่มีปัญญาซื้อรถมาใช้เอง  แต่เรื่องราวนี้กลับพลิกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อหนุ่มคนนั้นถอนหายใจ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มกลับไปว่า“ผมหาเงินซื้อมาได้คันหนึ่ง และก็ให้แม่ใช้ เพราะ ผมไม่อาจเห็น แม่ผมขึ้นรถเมล์อันเบียดเสียด ด้วยในวัยนี้ เพื่อไปตลาดหรอกครับ”

แน่นอนว่าคุณป้าท่านนี้ก็ถึงกับหน้าเสีย ที่ทีแรกจะตั้งใจอวดลูกสาวให้คนอื่นฟังว่าเก่ง สามารถซื้อรถมาขับเองได้ตั้งแต่อายุ 22 แต่กลับต้องมาเจอคำพูดที่ทำเอาเงิบของหนุ่มคนนี้ ที่ไม่เพียงจะซื้อรถเองได้ แต่เขากลับซื้อให้แม่ใช้ ไม่ปล่อยให้แม่ต้องมาลำบากขนของพะรุงพะรัง จากตลาดกลับบ้านบนรถเมล์ที่คนแออัดแบบนี้

เรื่องราวนี้สะท้อนความจริงของสังคมได้เป็นอย่างดี ในยุคที่พ่อ-แม่ อยากมีหน้ามีตาในสังคม ส่งลูกเรียนจบสูงๆ สร้างโปรไฟล์ดีๆ เพื่อทำให้ตัวเองดูดี ที่เลี้ยงลูกได้ดี แต่กลับไม่สอนถึงความกตัญญู หรือความดีที่ต้องกระทำกับพ่อ-แม่ เด็กรุ่นใหม่หลายคนที่พ่อแม่ส่งไปเรียน เพื่อให้จบสูงๆ เพื่อจะจบออกมาเป็นลูกจ้างออฟฟิศ แต่งตัวดี มีรถใช้ อยู่บ้านเช่าในตัวเมือง สร้างภาระจากวัตถุนิยม ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ จนลืม พ่อ-แม่ ที่ส่งเสียจนให้จบ สุดท้ายแล้วใบปริญญา ก็เป็นเพียงป้ายแขวนติดผนัง ที่เอาไว้ให้คุณแม่ ใช้ไปคุยโวเกทับ กับป้าข้างบ้านเท่านั้น

You May Also Like